วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

พุทธอิสระ อลัชชี



 พุทธะอิสระ  อลัชชีผู้บิดเบือนพระธรรมวินัย
ทำภาพลักษณ์สงฆ์ไทยให้เสื่อมถอย

       เดิมชื่อ
 “ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ” เป็นชาวคลองเตยกรุงเทพมหานคร แต่กำเนิด บวชครั้งแรกเมื่ออายุ 20 ปี
ที่วัดคลองเตยใน เขตคลองเตย บวชได้เพียงพรรษาเดียว ก็สึกออกไปเป็นทหาร 2 ปี หลังเสร็จภารกิจทางทหาร ก็กลับมาบวชใหม่ที่วัดเดิม ได้รับฉายาว่า “ธมฺมธีโร”
แต่หลังจากนั้นไม่นานนัก “พุทธะอิสระ” ก็ต้อง “สึก” และ “บวช” ใหม่อีกครั้ง ในปี พ.ศ. 2544 ซึ่งว่ากันว่า เป็นเพราะกรณีครหา “โกงอายุพรรษา” !!!
“ทีมงานพระนครฯ” ได้ทำการสืบเสาะแสวงหาข้อมูลหลักฐานทุกอย่างโดยละเอียดและพบว่า กรณีการ “สึก” ของ “พุทธะอิสระ” หรือขณะนั้นคือ “พระอธิการสุวิทย์ ธีมมฺโม” นั้นเป็นข่าวใหญ่คึกโครมในปี 2544 โดยมีสาเหตุใหญ่มาจากการพบหลักฐาน กรณี “ตำแหน่งเจ้าอาวาส” กับ “ตำแหน่งเจ้าคณะตำบลห้วยขวาง (วัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม)” ที่พระสุวิทย์ดำรงอยู่นั้นระบุ “อายุพรรษา” แตกต่างกัน โดย “ใบตราตั้งเจ้าอาวาส”

ระบุว่า ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสเมื่อปี 2538 ขณะมีอายุ 35 ปี 11 พรรษา แต่ในปี 2542 ได้รับการแต่งตั้งเป็น “เจ้าคณะตำบล” กลับมีอายุ 44 ปี 21 พรรษา
ซึ่งระยะเวลาห่างกัน 4 ปี คือ พ.ศ.2538 ถึง พ.ศ.2542 แต่กลับมีการระบุ “อายุ” คลาดเคลื่อนกันไปถึง 5 ปี และ “พรรษา” ต่างกัน 6 พรรษา
ปี 2538   อายุ  35 ปี   ปี 2542  อายุ  44 ปี
อายุคลาดเคลื่อน  5 ปี
ปี 2538  11 พรรษา      ปี 2542  21 พรรษา
อายุพรรษา ต่างกัน  6 พรรษา
โกง พรรษา  เพื่อ ให้เกิน 20 พรรษา
เพื่อจะได้ เป็นเจ้าคณะ ตำบล   แต่ถูกจับได้
ว่าโกงพรรษา
เรื่องครหาโกงอายุพรรษา เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากใน
พุทธศาสนิกชน เมื่อเรื่องฉาว
บานปลาย   จึงไปเก็บตัวเงียบ
ที่  อ.ทองผาภูมิ  จ.กาญจนบุรี
ก่อนที่จะทำพิธีสึก จากการเป็นพระ  ได้มีการประกาศว่า
ลาสิขาบท แล้ว
31 ธันวาคม 2544 และทำ
พิธีอุปสมบท หรือ บวชใหม่
ในวันเดียวกันนั่นทันที

นับเป็นเหตุการณ์ประหลาดใน
พระพุทธศาสนา  ที่ พระสงฆ์
ที่มีข้อครหาติดตัว ก็เพียงแค่
สึก  สึกแล้วบวชใหม่ทันที
เพื่อให้เรื่องที่ถูกครหาติดตัวนั้น
ยุติลง

นอกจากนี้ยังพบว่า สาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่งนั้นมีเค้ามาจาก “การบิดเบือนคำสอนที่เน้นเชิงอัตโนมัติ ผิดเพี้ยนไปจากพระไตรปิฎก” ซึ่งพระผู้รู้ ในขณะนั้นหลายฝ่ายได้ออกมาท้วงติงกันเป็นจำนวนมาก
จนกระทั่งในงานอบรมพระวิปัสสนาจารย์ที่วัดตะกู จ.นครปฐม ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2544 ในช่วงหนึ่งที่ “พระศรีรัตนโมลี” รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม พระวิปัสสนาจารย์นครปฐม รองเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ได้บรรยายธรรมพาดพิง “พระสุวิทย์” ว่า “บิดเบือนคำสอนพระพุทธศาสนา”
ต่อ  หน้า 2 ประวัติ พุทธอิสระ

ยังตรวจสอบพบว่า พุทธอิสระ มีความสนิทสนมกับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล และได้รับเงินบริจาค 10 ล้านบาทในการก่อสร้าง โรงเจหอคุณธรรมฟ้า ในปี 2545

พฤติกรรมของ พุทธอิสระ มีหลายอย่างที่ทำผิดทั้งพระธรรมวินัย  และผิดกฏหมายบ้านเมือง
- การเจาะเลือด ทำน้ำมนต์
- การทำกับข้าว มาฉันท์เอง
- การรีดไถ่เงิน เจ้าหน้าที่โรงแรม
- การนำของต่ำ กางเกงใน
ผ้าอนามัยที่ใช้แล้ว , ดอกจันทร์
, รองเท้า  และอื่นๆ ไปถวาย
พระมหาเถระสมาคม และมา
พร้อม  การ์ด ที่มีปืน
- ใส่ชุด ฆราวาส ขณะเป็นพระ
- เป็นแกนนำ ม๊อบ ปิดสถานที่
ราชการ นานกว่า 6 เดือน
- มีการ์ดเป็นมือถือ ทำลาย
เจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้คน
- ใน Facebook. ส่วนตัว
เคยมีรูป หญิงสาวแต่งตัวล่อแหลม หลุดออกมา
- มีการประกาศ ว่าจะสึก
ในหลายๆ เหตุการณ์ที่ผ่านมา
- ได้มีการวางแผน สมคบคิด
กับกระบวนการล้มพระพุทธศาสนา , ล้มองค์กรสงฆ์ ,
ล้มหาเถระสมาคม, ล้มสำนักงาน
พระพุทธศาสนาแห่งชาติ,
ล้มวัดพระธรรมกาย  ฯลฯ
เพื่อให้  ตัวเอง (พุทธอิสระ)
ขึ้นมาปกครองเอง
-ทำสงฆ์แตกแยก ยุยงปลุกปั่น
จนถูก คณะสงฆ์ ทั่วประเทศ
และทั่วโลก ประกาศ
อุกเขปนียกรรรม พุทธอิสระ
เลิกยุ่งเกี่ยว เลิกคบหา
เลิกทำกิจกรรมร่วมทุกอย่าง
กับพุทธอิสระ จนกว่า  จะ
สำนึกตัว
- เป็นแก่นนำม๊อบ ล้มการเลือกตั้ง
- ถูกทางการ  ออกหมายจับ
ตั้งแต่  ปี 2557

จากเรื่องราวต่างๆ ที่ พุทธอิสระได้กระทำกรรมบาป ทั้งทางโลก และทางธรรม
อย่างร้ายแรง หลายประการ

แต่จนถึงวันนี้ ผู้คนส่วนใหญ่
สงสัยและแปลกใจเป็นอย่างยิ่งว่า
ทำไม ทั้งๆ ที่พุทธอิสระ มีหมายจับ ตั้งแต่ปี 2557 แล้วทำไมผู้ปกครองบ้านเมืองในปัจจุบัน
ถึงไม่จับ ?
มีใครอยู่เบื้องหลัง พุทธอิสระให้ก่อกรรม ชั่วร้ายต่างๆ
ได้อย่างไม่ยำเกรง ไม่กลัวกฏหมายบ้านเมือง
ไม่กลัว กฏหมายสงฆ์ ?

แม้กฏหมาย จะทำอะไร
พุทธอิสระ ในยุคนี้ได้
แต่ซักวัน กฏแห่งกรรมจะทำความจริง
จะส่งผลให้ผู้คนได้เห็นแน่นอน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น